กรมพลศึกษายกระดับฟุตบอลนักเรียนไทย คัด 20 เยาวชนด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา สู่ฟุตบอลโลก 2026
กรมพลศึกษาคัดเข้ม 900 เยาวชน เหลือ 20 นักเตะตัวแทนนักเรียนไทย สู้ศึกฟุตบอลโลก ISF Football World Cup 2026 ที่จีน

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าคัดเลือกนักฟุตบอลนักเรียนไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ จากผู้สมัครทั่วประเทศกว่า 900 คน ผ่านการคัดเลือก 3 รอบ ทั้งทักษะฟุตบอลและการประเมินด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา ก่อนคัดเหลือ 20 นักเตะตัวแทนนักเรียนไทย เตรียมเก็บตัวฝึกซ้อมเข้มข้น 30 วัน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศนักเรียนโลก ประจำปี ค.ศ. 2026 หรือ ISF Football World Cup 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอลระดับโรงเรียนของไทย เพื่อสร้างโอกาสให้นักกีฬาฟุตบอลเยาวชนได้ก้าวสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ โดยเปิดกระบวนการคัดเลือกนักกีฬาฟุตบอลนักเรียนไทยเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศนักเรียนโลก ประจำปี ค.ศ. 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
การคัดเลือกครั้งนี้มีนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่า 900 คน ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้น เพื่อประเมินทั้งทักษะฟุตบอล ความสามารถเฉพาะด้าน และสมรรถภาพทางกาย โดยกรมพลศึกษาได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ประกอบการคัดเลือก เพื่อให้ได้นักกีฬาที่มีความพร้อมสำหรับการเก็บตัวและเข้าร่วมการแข่งขันในระดับโลก
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินโครงการคัดเลือกนักกีฬาฟุตบอลนักเรียนไทยว่า กรมพลศึกษาให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้นักกีฬาระดับโรงเรียนที่มีศักยภาพได้เรียนรู้และสะสมประสบการณ์ ตั้งแต่การเข้ารับการคัดเลือกไปจนถึงการเก็บตัวฝึกซ้อม เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้สูงขึ้นและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวด้วยว่า การส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในต่างประเทศของกรมพลศึกษาไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผลการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศด้านกีฬาเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดโอกาสให้นักกีฬาเยาวชนได้เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ และพัฒนาตนเองจากการเข้าร่วมการแข่งขันกับนักกีฬาจากนานาประเทศ
คัดจากกว่า 900 คน เหลือ 162 คนในรอบแรก
สำหรับกระบวนการคัดเลือกนักกีฬาฟุตบอลนักเรียนไทยครั้งนี้ มีผู้สมัครจากทั่วประเทศมากกว่า 900 คน โดยการคัดเลือกรอบแรกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี ก่อนคัดเลือกนักกีฬาจนเหลือจำนวน 162 คน เพื่อเข้าสู่การคัดเลือกรอบที่สอง
ในการคัดเลือกรอบที่สอง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กรมพลศึกษาได้นำนักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกมาประเมินเพิ่มเติม พร้อมเปิดโอกาสให้นักกีฬาที่มีผลงานโดดเด่นจากการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน กรมพลศึกษา รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประเภท ก เข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกด้วย โดยพิจารณาจากนักกีฬาที่มีผลงานอยู่ในอันดับ 1–3 รวมถึงนักกีฬาที่มีผลงานดีเยี่ยม
จากการประเมินทักษะและความสามารถด้านฟุตบอลอย่างรอบด้าน สามารถคัดเลือกนักกีฬาเข้าสู่การคัดเลือกรอบที่สามได้จำนวน 40 คน
ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาคัด 40 คน เหลือ 20 นักเตะ
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า การคัดเลือกรอบที่สามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยกรมพลศึกษาได้นำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินสมรรถภาพทางกายและความพร้อมของร่างกายของนักกีฬาอย่างละเอียด
หนึ่งในเครื่องมือที่นำมาใช้คือ Functional Movement Screen หรือ FMS ซึ่งเป็นการประเมินท่วงท่าและรูปแบบการเคลื่อนไหวพื้นฐาน เพื่อใช้พิจารณาความสามารถในการเคลื่อนไหวของนักกีฬา ขณะเดียวกันยังมีการทดสอบ Isokinetic เพื่อประเมินความแข็งแรง ความสมบูรณ์ และความสมดุลของกล้ามเนื้อ
ข้อมูลจากการประเมินทางวิทยาศาสตร์การกีฬาถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับทักษะและความสามารถด้านฟุตบอล เพื่อคัดเลือกนักกีฬาที่มีความพร้อมเข้าสู่ทีมตัวแทนนักเรียนไทยจำนวน 20 คนสุดท้าย
การนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือก สอดคล้องกับแนวทางของกรมพลศึกษาในการนำองค์ความรู้และเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยกรมพลศึกษามีภารกิจด้านการประเมินและพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักกีฬาหลายระดับ รวมถึงนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนที่เป็นตัวแทนนักเรียนไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ
20 แข้งไทยเก็บตัวเข้ม 30 วัน ก่อนลุยฟุตบอลนักเรียนโลกที่จีน
หลังจากได้รายชื่อนักกีฬาฟุตบอลนักเรียนไทย 20 คนสุดท้ายแล้ว นักกีฬาทั้งหมดจะเข้าสู่โปรแกรม เก็บตัวและฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 30 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศนักเรียนโลก ประจำปี ค.ศ. 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
การเก็บตัวจะมุ่งพัฒนาหลายด้าน ทั้งทักษะฟุตบอล สมรรถภาพทางกาย ความเข้าใจระบบการเล่น การทำงานร่วมกันเป็นทีม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้นักกีฬาสามารถปรับตัวและทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนนักเรียนไทยบนเวทีนานาชาติได้อย่างเหมาะสม
กรมพลศึกษาได้ประกาศหลักเกณฑ์การรับสมัครและคัดเลือกนักกีฬาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศนักเรียนโลก ประจำปี ค.ศ. 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าการคัดเลือกนักกีฬามาจากทั่วประเทศ และนำหลักวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ประเมินศักยภาพเพื่อคัดเลือกนักกีฬาที่มีความพร้อมสูงสุด
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนโลกปี 2026 สหพันธ์กีฬานักเรียนนานาชาติ หรือ International School Sport Federation (ISF) ระบุการแข่งขันในชื่อ ISF Football World Cup – China 2026 โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปี 2026
ไม่ได้มุ่งเพียงผลการแข่งขัน แต่สร้างประสบการณ์เยาวชนไทยสู่เวทีโลก
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการส่งนักกีฬาฟุตบอลนักเรียนไทยเข้าร่วมการแข่งขันต่างประเทศ คือการเปิดพื้นที่ให้นักกีฬาเยาวชนได้พัฒนาความสามารถผ่านประสบการณ์จริง ได้เรียนรู้รูปแบบการเล่นและวัฒนธรรมกีฬาจากนานาชาติ รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต
นอกจากการพัฒนาศักยภาพด้านฟุตบอลแล้ว การเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศยังเป็นโอกาสให้นักเรียนไทยได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเยาวชนไทย และเผยแพร่เอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทย หรือ Soft Power สู่สายตานานาชาติ
กรมพลศึกษาจึงวางกระบวนการตั้งแต่การเปิดรับสมัครนักกีฬาจากทั่วประเทศ การคัดเลือกด้วยทักษะฟุตบอล การประเมินสมรรถภาพทางกายด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา ไปจนถึงการเก็บตัวฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาฟุตบอลนักเรียนไทยจำนวน 20 คน ก่อนเดินทางไปทำหน้าที่ตัวแทนนักเรียนไทยในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศนักเรียนโลก ประจำปี ค.ศ. 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
การคัดเลือกจากผู้สมัครมากกว่า 900 คนจนเหลือ 20 คน จึงนับเป็นอีกขั้นตอนสำคัญของการเปิดเส้นทางให้นักกีฬาฟุตบอลเยาวชนไทยได้สัมผัสการแข่งขันระดับนานาชาติ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากีฬาฟุตบอลระดับโรงเรียนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
#กรมพลศึกษา #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #ฟุตบอลนักเรียนไทย #ฟุตบอลนักเรียนโลก2026 #ISFFootballWorldCup2026 #ISF #ฟุตบอลเยาวชน #นักฟุตบอลเยาวชน #วิทยาศาสตร์การกีฬา #TeamThailand #ฟุตบอลไทย #PostUpNews

No comments